Vaseline Gluta-Hya Photoage Defense UV Serum SPF50+ PA++++ - กันแดดผิวกายเนื้อเซรั่ม มี 150 และ 260 มล.

ชี้เป้าวาสลีน Gluta-Hya Photoage Defense UV Serum กันแดดผิวกายเนื้อเซรั่ม SPF50+ PA++++ มีขนาด 150 และ 260 มล. และมีสูตรพี่น้องอย่าง Glow Defense ให้เลือกในลิสต์เดียวกัน

โดย ทีมงาน
1 / 2

รูปที่ 1 จาก 2

ข้อดี

  • เป็นกันแดดผิวกายที่ได้ทั้ง SPF50+ และ PA++++ ตามที่ฉลากระบุ ครบทั้งฝั่ง UVB และ UVA
  • ผู้ผลิตระบุว่าเนื้อบางเบา ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ทาทั้งตัวก่อนออกจากบ้านได้ไม่อึดอัด
  • เป็นหลอดบีบฝาพลิก ตั้งคว่ำบนฝาได้ บีบรีดใช้ได้จนเกือบหมดหลอด
  • มีขนาด 150 มล. ให้ลองก่อน ถ้าถูกใจค่อยขยับไปหลอด 260 มล.

ข้อสังเกต

  • สูตร Photoage กับ Glow หลอดหน้าตาใกล้กันมาก ตอนกดสั่งต้องดูตัวเลือกให้ดี
  • เป็นสูตรสำหรับผิวกาย ถ้าอยากได้กันแดดทาหน้าโดยเฉพาะ ต้องมองตัวอื่นเพิ่ม
  • กันแดดทุกตัวต้องทาซ้ำระหว่างวันถึงจะได้ค่าตามฉลาก หลอดเดียวเลยหมดเร็วกว่าที่คิด

ภาพรวม

Vaseline Gluta-Hya Photoage Defense UV Serum SPF50+ PA++++ เป็นกันแดดสำหรับผิวกายของวาสลีน ที่ทำออกมาเป็นเนื้อเซรั่มแทนที่จะเป็นครีมกันแดดข้น ๆ แบบที่หลายคนคุ้น บรรจุเป็นหลอดบีบฝาพลิก วางขายสองขนาดคือ 150 มล. และ 260 มล.

ตัวนี้อยู่ในตระกูล Gluta-Hya ของวาสลีน ซึ่งเดิมคนรู้จักกันจากโลชั่นเซรั่มขวดสี ๆ พอแบรนด์ขยับมาทำฝั่งกันแดด เลยได้ค่ากันแดดที่สูงกว่ารุ่นโลชั่นเดิม คือได้ทั้ง SPF50+ ฝั่ง UVB และ PA++++ ฝั่ง UVA ซึ่งเป็นระดับบนสุดของทั้งคู่ตามที่ฉลากระบุ

ในลิสต์ร้านเดียวกันมักมีสูตรพี่น้องขายคู่กันคือ Glow Defense UV Serum ค่ากันแดดเท่ากัน แต่คนละจุดขาย ตอนกดสั่งเลยต้องดูตัวเลือกให้ดี เพราะหลอดหน้าตาใกล้กันมาก

หน้าตาหลอดและเนื้อกันแดด

ตัวหลอดไล่สีจากขาวด้านบนลงไปม่วงด้านล่าง มีแถบโฮโลแกรมสะท้อนแสงอยู่ช่วงล่าง ฝาพลิกสีขาวอยู่ก้นหลอด ตั้งคว่ำบนฝาได้ ขนาดพอถือมือเดียว

บนหลอดพิมพ์ SPF 50+ PA++++ ตัวใหญ่ ถัดลงมาเป็น GLUTA-HYA แล้วต่อด้วยบรรทัด Photoage Defense UV serum ซึ่งเป็นจุดที่ใช้แยกจากสูตร Glow ตอนหยิบ ส่วนแถบบนสุดเขียนว่า "เซรั่มกันแดด แอ็กผิวเด็ก ภายใน 2 สัปดาห์ ชะลอผิวแก่ก่อนวัย" เป็นคำที่แบรนด์พิมพ์ไว้บนบรรจุภัณฑ์

เนื้อกันแดดวาสลีน Gluta-Hya Photoage บีบลงบนท้องแขน เนื้อสีขาวอมม่วงอ่อน ส่วนที่เกลี่ยแล้วกลืนไปกับสีผิว

เนื้อที่บีบออกมาเป็นครีมสีขาวอมม่วงอ่อน ไม่ใช่น้ำใสแบบเซรั่มบำรุงผิวหน้า ในรูปจะเห็นว่าฝั่งที่เกลี่ยไปแล้วจางลงจนเกือบกลืนกับสีผิว ไม่เหลือคราบขาวหนา สีที่เห็นขึ้นกับแสงและกล้องของแต่ละรูป ก่อนซื้อลองดูรูปจากหลายแหล่งประกอบ

จุดเด่นที่ผู้ผลิตระบุ

  • SPF50+ PA++++ ผู้ผลิตระบุว่าเป็นกันแดด Hybrid ผสานทั้ง Chemical และ Physical ปกป้องผิวจากริ้วรอยหย่อนคล้อยและความคล้ำเสียสะสมจากรังสี UVA และ UVB
  • 70x โปร-คอลลาเจน เปปไทด์ แบรนด์ระบุว่าช่วยบูสท์คอลลาเจน ผิวเด้งเฟิร์มกระชับ ยืดหยุ่นขึ้น
  • กลูต้าโกลว์ แบรนด์ระบุว่าประสิทธิภาพเหนือกว่าวิตามินซี 70 เท่า จัดการผิวหมองคล้ำตั้งแต่ต้นตอ
  • 4D ไฮยาลูรอน ไฮยาลูรอนโมเลกุลเล็กใหญ่รวมกัน แบรนด์ระบุว่าฟื้นบำรุงหลายชั้นผิวและเพิ่มความชุ่มชื้น
  • เนื้อบางเบา ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ เป็นคำที่ผู้ผลิตใช้บรรยายเนื้อสัมผัส

เคลมหลักที่แบรนด์เขียนไว้คือผ่านการทดสอบทางคลินิกว่าช่วยให้ผิวเฟิร์มกระชับและกระจ่างใสขึ้นภายใน 2 สัปดาห์ ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลจากผู้ผลิต ไม่ใช่ข้อสรุปของเรา

ดอกจันบนกล่องหมายถึงอะไร

ตัวเลขที่แบรนด์ชูมีเชิงอรรถกำกับไว้ทุกตัว ซึ่งเป็นจุดที่คนอ่านผ่านกันเยอะ สรุปตามที่ผู้ผลิตเขียนไว้เอง

ที่เห็นบนกล่อง เชิงอรรถระบุว่า
70x โปร-คอลลาเจน เปปไทด์ เทียบปริมาณ Acetyl Hexapeptide-8 กับวาสลีนสูตรอื่น ไม่ได้เทียบกับแบรนด์อื่น
เหนือกว่าวิตามินซี 70 เท่า ทดสอบในห้องปฏิบัติการ เทียบกลูต้าโกลว์กับ Ascorbic Acid 2-Glucoside
ตั้งแต่ต้นตอ / หลายชั้นผิว หมายถึงผิวชั้นนอก
ภายใน 2 สัปดาห์ ผลทดสอบทางคลินิกเมื่อใช้เป็นประจำ ผลลัพธ์ขึ้นกับสภาพผิวแต่ละคน

บรรทัดที่น่าสนใจที่สุดคือเชิงอรรถของแบรนด์เองที่เขียนว่า "เครื่องสำอางไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสีผิวตามธรรมชาติได้" ใครหวังผลเรื่องผิวขาวขึ้นควรอ่านบรรทัดนี้ก่อน

Photoage กับ Glow Defense ต่างกันตรงไหน

สองสูตรนี้ขายอยู่ในลิสต์เดียวกันบ่อยมาก และค่ากันแดดเท่ากันเป๊ะที่ SPF50+ PA++++ ที่ต่างคือสิ่งที่แบรนด์ชูไว้

Photoage Defense Glow Defense
กลูต้าโกลว์ มี มี
4D ไฮยาลูรอน มี มี
70x โปร-คอลลาเจน เปปไทด์ มี ไม่มี
เคลมคลินิก 2 สัปดาห์ ผิวเฟิร์มกระชับ และกระจ่างใสขึ้น ผิวกระจ่างใสขึ้น
ฝั่งที่บอกว่ากันแดดช่วย ริ้วรอยหย่อนคล้อย และคล้ำเสียสะสม ความหมองคล้ำ และผิวเสียสะสม

ต่างกันจริง ๆ ที่เปปไทด์ตัวเดียว สองสูตรใช้กลูต้าโกลว์และ 4D ไฮยาลูรอนเหมือนกัน แต่ Photoage เติมโปร-คอลลาเจน เปปไทด์เข้ามา เคลมเลยพ่วงเรื่องความเฟิร์มมาด้วย

ใครกังวลเรื่องผิวแขนขาดูโทรมจากแดดสะสม เลือก Photoage ใครอยากได้ผลลัพธ์ผิวสว่างเป็นหลัก เลือก Glow ก็พอ

ทั้งสองสูตรมีทั้งขนาด 150 และ 260 มล. ตอนกดสั่งให้เช็คตัวเลือกสองชั้น คือเลือกสูตรให้ถูก แล้วเลือกขนาดให้ถูกอีกที

วิธีใช้ตามที่ฉลากระบุ

ฉลากเขียนไว้สั้น ๆ ว่าลูบไล้ทั่วเรือนร่างเป็นประจำทุกวัน และควรทาซ้ำเพื่อปกป้องผิวอย่างมีประสิทธิภาพ

ที่อยากเสริมคือกันแดดผิวกายกินเนื้อเยอะกว่ากันแดดหน้ามาก ถ้าทาบางเกินไปจะไม่ได้ค่าตามที่ฉลากบอก คนส่วนใหญ่ทาน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ลองบีบให้พอเกลี่ยทั่วจริง ๆ แล้วทาซ้ำเมื่ออยู่กลางแจ้งนาน หรือหลังลงน้ำและเช็ดตัว

ใครเหมาะกับตัวนี้

เหมาะถ้า: มองหากันแดดผิวกายที่ได้ PA++++ ไม่ใช่แค่ SPF สูงอย่างเดียว ชอบเนื้อบางเบาที่ทาทั้งตัวแล้วไม่รู้สึกเหนียว และอยากได้หลอดใหญ่ที่ใช้ได้ทุกวันโดยไม่ต้องกั๊ก

อาจไม่เหมาะถ้า: กำลังหากันแดดสำหรับทาหน้าโดยเฉพาะ เพราะตัวนี้ระบุวิธีใช้ไว้สำหรับผิวกาย หรือชอบกันแดดแบบ physical ล้วนที่ไม่มีสารกันแดดเคมีเลย

ข้อควรรู้ก่อนใช้

ตัวนี้เป็นเครื่องสำอางสำหรับผิวกาย ไม่ใช่ยา จึงไม่ได้รักษาโรคผิวหนัง ฝ้า หรือจุดด่างดำ เรื่องผิวเฟิร์มกระชับและกระจ่างใสขึ้นเป็นเคลมของผู้ผลิต

ส่วนผสมหลักที่ผู้ผลิตระบุคือสารกันแดดสูตรไฮบริด, 70x โปร-คอลลาเจน เปปไทด์, กลูต้าโกลว์ และ 4D ไฮยาลูรอน ก่อนใช้แนะนำอ่านส่วนผสม (INCI) ที่ข้างหลอดจริงอีกรอบ โดยเฉพาะคนที่เคยแพ้สารกันแดดบางตัวมาก่อน

คำเตือนบนฉลากระบุว่าหากใช้แล้วมีความผิดปกติใด ๆ เกิดขึ้น ต้องหยุดใช้และปรึกษาแพทย์ ใครผิวไวควรทาทดสอบที่ท้องแขนทิ้งไว้สัก 1 วันก่อนใช้ทั้งตัว ส่วนคนท้อง คนให้นมลูก และเด็กเล็ก ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้จะอุ่นใจกว่า

ใครกำลังเลือกของกลุ่มบำรุงผิวเพิ่ม ดูตัวอื่นในหมวดความงามต่อได้

ซื้อที่ไหน

แพลตฟอร์ม จุดเด่น
Shopee มีโค้ดส่วนลดบ่อย ช่วงแคมเปญเลขเบิ้ลคุ้มสุด
Lazada ลิสต์เดียวเลือกได้ทั้งสูตร Photoage และ Glow ครบทั้ง 150 และ 260 มล.

ก่อนกดสั่งเช็คสองอย่าง คือสูตรที่เลือกเป็น Photoage ไม่ใช่ Glow และขนาดที่เลือกตรงกับที่ตั้งใจ เพราะบางร้านตั้งราคาต่อขนาดไว้ใกล้กันจนกดพลาดได้ง่าย

คำถามที่พบบ่อย

ทาหน้าได้ไหม?

ตัวนี้เป็นสูตรสำหรับผิวกาย วิธีใช้ที่ฉลากระบุคือลูบไล้ทั่วเรือนร่าง ไม่ได้เขียนไว้ว่าใช้กับผิวหน้า ใครอยากได้กันแดดทาหน้าแนะนำให้เลือกตัวที่ระบุว่าสำหรับผิวหน้าโดยตรงจะตรงจุดกว่า เพราะผิวหน้าบางกว่าและมันง่ายกว่าผิวกาย ถ้าจะลองใช้กับหน้าจริง ๆ ควรแตะทดสอบที่ใต้กรามทิ้งไว้สัก 1 คืนก่อน

SPF50+ PA++++ ต่างจาก SPF50 PA+++ ยังไง?

SPF เป็นตัวเลขฝั่ง UVB ซึ่งเป็นรังสีที่ทำให้ผิวไหม้แดง ส่วน PA เป็นเครื่องหมายฝั่ง UVA ที่เกี่ยวกับผิวคล้ำและริ้วรอย ยิ่งบวกเยอะยิ่งกันได้มากขึ้น ตัวนี้เป็น SPF50+ PA++++ ซึ่งเป็นระดับบนสุดของทั้งสองฝั่งตามที่ฉลากระบุ ส่วนวาสลีนรุ่น Healthy Bright Serum Burst ที่หลายคนใช้อยู่เป็น SPF50 PA+++ จะกันฝั่ง UVA ได้น้อยกว่าหนึ่งขั้น

สูตร Photoage กับ Glow Defense เลือกตัวไหนดี?

ทั้งสองตัวเป็น SPF50+ PA++++ เท่ากัน ต่างกันที่จุดที่แบรนด์ชู สูตร Photoage Defense ชูเรื่อง 70x โปร-คอลลาเจน เปปไทด์ และเคลมว่าผิวเฟิร์มกระชับขึ้นภายใน 2 สัปดาห์ เหมาะกับคนที่กังวลเรื่องผิวโทรมจากแดด ส่วน Glow Defense เน้นไปทางผิวกระจ่างใสเปล่งประกาย ใครอยากได้ผลลัพธ์แบบผิวสว่างเป็นหลักจะมองตัวนั้นก่อน

ขนาด 150 กับ 260 มล. ควรซื้อขนาดไหน?

ถ้ายังไม่เคยใช้สูตรนี้ เริ่มที่ 150 มล. ก่อนจะปลอดภัยกว่า เผื่อกลิ่นหรือเนื้อไม่ถูกใจ ส่วนคนที่ทาทั้งแขนขาทุกวันและทาซ้ำระหว่างวันด้วย หลอด 260 มล. จะคุ้มกว่าในระยะยาว เพราะกันแดดผิวกายกินเนื้อเยอะกว่ากันแดดหน้ามาก

ต้องทาซ้ำบ่อยแค่ไหน?

ฉลากระบุว่าควรทาซ้ำเพื่อปกป้องผิวอย่างมีประสิทธิภาพ แนวทางที่ใช้กันทั่วไปกับกันแดดคือทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมงเมื่ออยู่กลางแจ้ง และทาซ้ำหลังลงน้ำหรือเช็ดตัว ถ้าอยู่แต่ในห้องทั้งวันก็ไม่ต้องถี่ขนาดนั้น แต่ทาตอนเช้าก่อนออกจากบ้านเป็นประจำจะได้ผลกว่าทาหนักครั้งเดียวแล้วเว้นไปหลายวัน

ผิวแพ้ง่ายใช้ได้ไหม?

คำเตือนบนฉลากเขียนไว้ว่าหากใช้แล้วมีความผิดปกติใด ๆ เกิดขึ้น ต้องหยุดใช้และปรึกษาแพทย์ ใครผิวไวแนะนำให้ทาทดสอบที่ท้องแขนทิ้งไว้สัก 1 วันก่อนใช้ทั้งตัว ถ้าเคยแพ้สารกันแดดตัวไหนมาก่อน ลองอ่านส่วนผสม (INCI) ที่ข้างหลอดจริงก่อนว่ามีตัวที่เคยแพ้ปนอยู่ไหม ส่วนคนท้อง คนให้นมลูก หรือจะใช้กับเด็กเล็ก ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนจะอุ่นใจกว่า

ช่วยให้ผิวขาวขึ้นไหม?

ตัวนี้เป็นเครื่องสำอางสำหรับผิวกาย ไม่ใช่ยา จึงไม่ได้รักษาหรือเปลี่ยนสีผิวถาวร เชิงอรรถของแบรนด์เองก็เขียนไว้ว่าเครื่องสำอางไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสีผิวตามธรรมชาติได้ สิ่งที่กันแดดทำได้จริงคือช่วยลดผลจากแสงแดดที่ทำให้ผิวคล้ำลงและหมองลง ส่วนเรื่องผิวกระจ่างใสขึ้นเป็นการบำรุงตามที่ผู้ผลิตระบุ ใครมีปัญหาผิวที่ต้องรักษาจริง ๆ เช่น ฝ้าหรือจุดด่างดำที่เป็นมานาน ไปพบแพทย์ผิวหนังจะตรงจุดกว่า

พร้อมจะซื้อแล้ว?

รีวิวที่เกี่ยวข้อง